หลายทีมพยายามทำมาตรฐานงานแล้วไม่เวิร์กครับ เพราะทำออกมาซับซ้อนเกิน เป็นคู่มือหนา ๆ อ่านยาก หรือเต็มไปด้วยคำว่า “ทำให้ดี” ที่วัดไม่ได้ สุดท้ายก็กลับไปทำตามสไตล์ใครสไตล์มัน คุณภาพเลยแกว่ง ทั้งที่ทีมไม่ได้ไม่เก่ง แต่ระบบไม่ช่วยให้ทำได้เหมือนกันทุกครั้ง มาตรฐานงานที่ดีจริงต้อง “ง่าย” “ชัด” และ “ทำได้ทันที” ครับ
เริ่มจากนิยามคำว่า “งานที่ผ่าน” ให้เป็นภาพ ไม่ใช่ความรู้สึก ถ้าบอกทีมว่า “ขอให้ทำให้ดีขึ้น” ทุกคนจะตีความต่างกันครับ ให้เปลี่ยนเป็นตัวอย่าง 2 แบบเลยคือ “ผ่าน” กับ “ไม่ผ่าน” เช่น ตัวอย่างข้อความที่ใช้ได้/ใช้ไม่ได้ ตัวอย่างไฟล์ที่จัดรูปแบบถูก/ผิด หรือชิ้นงานที่ตรงบรีฟ/หลุดบรีฟ พอทีมเห็นภาพเดียวกัน มาตรฐานจะเริ่มเกิดเอง เพราะทุกคนรู้ว่าต้องไปให้ถึงตรงไหนครับ
ทำมาตรฐานให้เป็น “เช็กลิสต์ 7–10 ข้อ” ที่ใช้ก่อนส่งงานทุกครั้ง
มาตรฐานที่ทีมทำตามได้จริงมักอยู่ในรูปเช็กลิสต์สั้น ๆ ครับ ไม่ใช่เอกสารยาว ๆ เช่น ก่อนส่งงานต้องเช็กอะไรบ้างให้ครบ ซึ่งควรเป็นสิ่งที่ทำให้พลาดแล้วเสียหาย เช่น ชื่อไฟล์ถูกไหม รายละเอียดตรงบรีฟไหม ลิงก์/เบอร์/ราคา ถูกไหม โทนภาษาใช่ไหม ขอบเขตงานครบไหม ถ้าเป็นงานบริการก็เช็กเรื่องเวลาส่งงานและสิ่งที่ต้องแนบเพิ่ม พอทีมใช้เช็กลิสต์ทุกครั้ง ความผิดพลาดจะลดลง และคุณภาพจะนิ่งขึ้นแบบไม่ต้องคุมใกล้ครับ
ทำให้ทำตามได้ด้วย “จุดหยุด 3 จุด” ในกระบวนการ
งานหลุดมาตรฐานส่วนใหญ่เกิดเพราะรีบครับ ดังนั้นให้มีจุดหยุดสั้น ๆ ที่บังคับให้เช็ก เช่น
-
ก่อนเริ่มงาน สรุปบรีฟ 3 บรรทัดให้ตรงกัน
-
ก่อนส่งงาน เปิดเช็กลิสต์แล้วติ๊กให้ครบ
-
หลังส่งงาน เก็บฟีดแบ็ก 1 ประโยคว่าอะไรต้องปรับครั้งหน้า
แค่นี้ทีมก็จะทำงานนิ่งขึ้น เพราะมีจังหวะให้หยุดเช็ก ไม่ไหลไปจนพลาดครับ
สร้างมาตรฐานงานแบบง่าย ๆ ที่ทีมทำตามได้จริง คือทำให้คำว่า “งานที่ผ่าน” เป็นภาพชัด ๆ ทำเช็กลิสต์สั้น 7–10 ข้อไว้เช็กก่อนส่งทุกครั้ง และวางจุดหยุด 3 จุดในกระบวนการให้ทีมไม่พลาดเพราะความรีบครับ มาตรฐานที่ดีไม่จำเป็นต้องหนา แต่ต้องใช้ได้จริงทุกวัน และเมื่อทีมใช้ได้จริง คุณภาพจะนิ่งขึ้นเองโดยไม่ต้องพึ่งเจ้าของคุมตลอดครับ


