ทีมที่เหนื่อยส่วนใหญ่ไม่ได้เหนื่อยเพราะงานหนักอย่างเดียวครับ แต่เหนื่อยเพราะต้อง “ตามกันทั้งวัน” งานถึงไหนแล้ว ใครทำอยู่ รออะไรจากลูกค้า ส่งเวอร์ชันไหนล่าสุด แล้วทำไมค้างอยู่ตรงนี้ พอไม่มีระบบ ทุกคนต้องถามซ้ำ ตอบซ้ำ และเสียเวลาไปกับการประสานงานมากกว่าการทำงานจริง ระบบติดตามงานที่ดีสำหรับธุรกิจเล็กจึงไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แค่ทำให้ “เห็นภาพเดียวกัน” และรู้ว่า “ขั้นต่อไปคืออะไร” ก็ลดความวุ่นวายได้เยอะครับ
ทำให้ทุกงานมีสถานะเดียวกัน และทุกคนเห็นเหมือนกัน จุดเริ่มคือสถานะงานครับ ถ้าแต่ละคนเรียกไม่เหมือนกัน งานจะหลง ให้กำหนดสถานะสั้น ๆ 5–6 สถานะพอ เช่น รอข้อมูล เริ่มทำ อยู่ระหว่างตรวจ รอคอนเฟิร์ม ส่งแล้ว ปิดงาน เมื่อทุกงานต้องอยู่ในสถานะใดสถานะหนึ่งเสมอ ทุกคนจะรู้ทันทีว่างานติดตรงไหน และไม่ต้องถามว่า “ถึงไหนแล้ว” บ่อย ๆ ครับ
กำหนด 3 อย่างให้ครบในทุกงาน: เจ้าของงาน เดดไลน์ และสิ่งที่รอ
งานค้างส่วนใหญ่ค้างเพราะไม่มีคนรับผิดชอบชัด หรือไม่รู้ว่ารออะไรอยู่ครับ วิธีง่ายมากคือทุกงานต้องมี 3 ช่องนี้เสมอ ใครเป็นเจ้าของงาน เดดไลน์จริงคือวันไหน และตอนนี้รออะไรจากใคร เช่น รอข้อมูลจากลูกค้า รออนุมัติ รอไฟล์ หรือรอรีวิวจากทีม เมื่อมี 3 อย่างนี้ การตามงานจะกลายเป็นการดู ไม่ใช่การถามครับ
ตั้งจังหวะอัปเดตให้แน่น เพื่อลดแชตเด้งทั้งวัน ปัญหาใหญ่ของทีมคือการตามงานผ่านแชตครับ เด้งทั้งวันจนหลุดโฟกัส ทางแก้คือกำหนดจังหวะอัปเดต เช่น อัปเดตสถานะวันละ 2 รอบ เช้าและเย็น หรืออัปเดตเมื่อเปลี่ยนสถานะเท่านั้น ไม่ต้องรายงานตลอดเวลา และให้ทุกคนเข้าใจว่าถ้าอยากรู้สถานะให้ดูจากบอร์ด ไม่ใช่ทักถามในแชต แบบนี้ทีมจะกลับมาโฟกัสกับงานหลักได้จริงครับ
ระบบติดตามงานแบบง่าย ๆ ที่ทำให้ไม่ต้องตามกันทั้งวัน คือมีสถานะงานมาตรฐานให้ทุกคนเห็นเหมือนกัน ทุกงานมีเจ้าของงาน เดดไลน์ และสิ่งที่รอให้ครบ และตั้งจังหวะอัปเดตให้แน่นเพื่อลดการถามผ่านแชตครับ เมื่อทุกคนเห็นภาพเดียวกัน งานจะไม่หลง ไม่ค้างแบบไม่รู้ตัว ทีมจะเหนื่อยน้อยลง และส่งมอบได้ตรงเวลาแบบเป็นระบบครับ


